กาลครั้งหนึ่ง ณ จ.หนองคาย

08 พญานาคหลากสี

สองเท้าก้าวเดิน สองมือถือกระดาษและดินสอ สองหูตั้งใจฟัง

สองตาตั้งใจสังเกตเด็กหญิงเด็กชายวัยกำลังซนจากโรงเรียนอนุบาลอรุณรังษี จ.หนองคาย กะเตงกันมาเรียนรู้เรื่องราวพญานาคที่วัดท่าสายทอง วัดใกล้บ้านติดริมแม่น้ำโขง

          “เด็กๆสงสัยไหม ว่าทำไมรูปปั้นพญานาคอยู่ที่โบสถ์เยอะขนาดนี้”

09 ตั้งใจกันสุดๆ
02 พญานาคในพุทธศาสนา
07 พญานาคของฝ้าย
03 น้ำโขง หนองคาย
04 ครูปรีดา ปัญญาจันทร์

ครูปรีดา ปัญญาจันทร์ นักแต่งนิทานและนักเล่านิทานระดับประเทศ เอ่ยคำถามชวนเด็กๆ ช่างสงสัยให้ฉุกคิดและหาคำตอบ เด็ก ๆ พยายามตอบตามจินตนาการของตัวเอง แต่ละคนตีความแตกต่างกันไป ครูปรีดาจึงเฉลยให้เด็กฟังว่าทุกวัดที่เด็กๆเคยไปทำบุญจะมีพญานาคเต็มไปหมด นั่นเพราะในโบสถ์มีพระพุทธรูปซึ่งเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า พญานาคศรัทธาพระพุทธเจ้ามากจึงมาเฝ้าอารักขาคุ้มครองโบสถ์และบริเวณวัด

เมื่อเด็ก ๆ ได้สังเกตรูปปั้นพญานาครอบวัดจนขาเริ่มล้า เหงื่อเริ่มโรย ก็ได้เวลาหาทำเลนั่งพักและละเลงจินตนาการ วาดรูปพญานาค ครูปรีดาชวนครูเจริญพงศ์ ชูเลิศ หรือครูยอด ศิลปินด้านการแสดงหุ่นเงาจากใบไม้ มาช่วยเป็นครูสอนศิลปะด้วย แต่เด็ก ๆ ไม่ยอมหยุดจินตนาการของตัวเองไว้แค่บนผืนเสื่อ บางคนพอเรียนการวาดเสร็จจนเข้าใจก็พลันสมมติตัวเองเป็นจิตรกรแล้วรีบวิ่งไปหามุมโปรดใกล้รูปปั้นพญานาคเพื่อวาดรูปมาอวดเพื่อน ๆ วาดรูปพญานาคไม่ยาก หากมีความพยายาม เด็ก ๆ จ้องรูปปั้นพญานาคแทบไม่กระพริบตา จดจำรายละเอียด แล้วลงมือค่อยๆลากเส้น วาดรูปร่าง ลงลวดลาย และระบายสีตกแต่งตามจินตนาการ

01 พญานาคประจำวัด
05 ครูยอด เจริญพงศ์ ชูเลิศ
06 น้องฝ้ายตั้งใจวาดมาก

เด็กหญิงนิภาพร พรมวาศน้องฝ้าย นักเรียนชั้น ป.3ว่าที่จิตรกรหญิงเลือกบันไดหน้าโบสถ์เป็นมุมโปรดในการวาดรูป

“โบราณเขาเชื่อว่าพญานาคมีจริงและอยู่ในแม่น้ำโขง คนหนองคายก็มีเรื่องเกี่ยวกับพญานาคเยอะค่ะ เราบูชาพญานาคเพราะเชื่อว่าเป็นสิ่งคุ้มครองพระพุทธเจ้าค่ะ บางคนก็เอาแป้งมาถูๆ ขอหวยค่ะ”

เด็กหญิงผมสั้นหัวเราะแก้มป่อง แล้วโชว์ผลงานของตัวเองอย่างภูมิใจ

คุณครูทั้งสองอยากให้เด็ก ๆ ได้ใช้จินตนาการของตัวเองให้เต็มที่จึงชวนเด็ก ๆ แต่งนิทานเกี่ยวกับพญานาค เด็กบางคนนั่งวาดรูปจนคอเคียงแล้วทำหน้าสงสัยเอียงคอเพราะอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับพญานาคมากขึ้น ครูปรีดายิ้มรับแล้วเล่าเรื่องราวให้ฟัง

“พญานาคศรัทธาในพระพุทธเจ้ามาก ศรัทธาในพระพุทธศาสนามาก ก็แปลงกายเป็นคนมาขอบวชกับพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก็นึกว่าเป็นคนธรรมดาก็บวชให้ เมื่อพญานาคเจอน้ำก็เลยลงไปเล่นกับเพื่อนๆพระทั้งหลาย แล้วร่างกายก็กลับไปเป็นพญานาคเหมือนเดิม เพื่อนพระทั้งหลายเห็นก็ไปบอกพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก็เลยบอกว่าเป็นสัตว์เดรัจฉานบวชไม่ได้ แต่เพื่อเป็นเกียรติเพราะฉะนั้นก่อนพิธีบวชพระก็จะต้องมีพิธีบวชนาคก่อน”

เด็ก ๆ แบ่งกลุ่มชายหญิงแล้วเริ่มแต่งนิทานด้วยตัวเอง เด็กชายเลือกเล่าเรื่องด้วยการวาดภาพและแสดงละครสั้นทั้งกลุ่มเป็นเด็กชายแต่เขียนบทให้มีเจ้าหญิงด้วย กว่าจะเลือกตัวละครได้ก็เล่นเอาขำจนเหงือกแห้งกันเลยทีเดียว  ส่วนเด็กหญิงชอบการประดิดประดอยจึงขอทำเป็นนิทานใบไม้สนุกสนานกับการเลือกใบไม้รูปร่างต่าง ๆ นำมาตัดแปะบนกระดาษเป็นรูปร่างต่าง ๆ และแอบหัวเราะส่งกำลังใจให้กลุ่มเพื่อนผู้ชายด้วย

เด็ก ๆ มีความสุขและสนุกสนานกับการเรียนรู้เรื่องราวใกล้ตัว เรื่องราวพญานาคที่พ่อแม่เคยเล่าให้ฟังตั้งแต่จำความได้ คุ้นเคย และคลุกคลีกับวิถีชีวิตริมโขง ได้นำมาเรียนรู้อีกครั้งด้วยวิธีใหม่ ผ่านการวาดรูปและแต่งนิทานตามจินตนาการของตัวเอง และเด็ก ๆ ยังนำการเรียนรู้นี้บอกเล่าสู่เพื่อน ๆ ในโรงเรียนได้ชื่นชมอีกด้วย

พบกับเรื่องราวการเรียนรู้เรื่องใกล้ตัว และฟังนิทานพญานาคจากจินตนาการของเด็กๆติดตามชมในรายการทุ่งแสงตะวัน ตอน นิทานพญานาค ในวันเสาร์ที่ 4เมษายน2563 เวลา 05.05 น. ทางช่อง 3 กด 33 ติดตามข่าวสารได้ทางแพนเพจทุ่งแสงตะวัน

มีคลิป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *